ชีวิต (การเรียนรู้) คือการผจญภัย

โดย ดร.ศุภมณฑา สุภานันท์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ

“Life is adventure” — ชีวิต (การเรียนรู้) คือการผจญภัย ถ้าเราบอกตัวเองแบบนี้ จะไม่มีสักวินาทีเดียวที่เราไม่อยากตื่นนอน เดินทางมาเรียนหนังสือ (หรือทำงาน) แล้วจะทำอย่างไรให้ชีวิตการเรียนรู้ของเราไม่น่าเบื่อและทำให้เรากลายเป็นนักผจญภัย (Adventurer)

การเดินทาง (Journey) เป็นส่วนสำคัญที่พิสูจน์ตัวตนความเป็นนักผจญภัย การออกแบบการเดินทางที่สร้างสรรค์ จะทำให้นักผจญภัยสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ไปจนถึงความคิด

กระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงจึงต้องเป็นการพานักผจญภัยวัยรุ่น ออกจากความคุ้นเคยเดิมๆ (Comfort Zone) นักผจญภัยมักจะสนุกกับการเดินทางที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าดงดิบ การปั่นจักรยานขึ้นภูเขาสูงชัน การพายเรือในมหาสมุทรที่มีคลื่นลมแรง การเดินทางด้วยอูฐท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ หรือแม้กระทั่งการไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง และยังมีการผจญภัยอื่นๆ อีกมากมาย ที่รอให้เราออกไปค้นพบ หนทางในการผจญภัยจึงต้องมีความท้าทาย ก้าวข้ามขีดจำกัดหรือความกลัว ได้ลองทำ และได้ลองคิดอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อน

มาแซล พรุสต์ (Marcel Proust) นักเขียนบทความ นวนิยาย นักวิพากษ์วรรณกรรมผู้โด่งดังชาวฝรั่งเศส เจ้าของผลงานวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมตลอดกาล In Search of Lost time บอกไว้ว่า “The real voyage of discovery consists not in seeking new landscapes but in having new eyes. — การเดินทางเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่แท้จริง ไม่เป็นเพียงการค้นหาทิวทัศน์ใหม่ๆ แต่คือการมองสิ่งเหล่านั้นในมุมมองใหม่ๆ ด้วย”

เพราะฉะนั้นข้อมูลความรู้ที่เรามีอยู่ในมือ มันเพิ่มขึ้น มันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่กระบวนการในการเรียนรู้ เราเชื่อว่าเด็กๆ หลายคน น่าจะอยากให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง (และผู้ใหญ่อย่างเราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนด้วย) เปลี่ยนให้เด็กๆ ที่เอาแต่นั่งเรียน และรับฟังข้อมูลจากครูผู้สอน ท้าทายพวกเขา กระตุ้นให้พวกเขาได้ตื่นขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ครุ่นคิด ลงมือทำ ตั้งคำถามที่เป็นโจทย์ปัญหาจากโลกความเป็นจริง ให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบ ปล่อยให้เขาลองว่ายน้ำด้วยตนเองดูบ้าง เราจะพบว่าเด็กน้อยที่เราคอยแต่เป็นห่วงเขา คอยแต่มองว่าเขาอ่อนต่อโลก จริงๆ แล้วเขาเข้มแข็ง สามารถที่จะยืนได้ด้วยตนเอง กล้าที่จะมองสิ่งต่างๆ ด้วยมุมมองที่สดใหม่ วิพากษ์สังคม ท้าทายให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มากกว่าตัวเรา (ที่เป็นผู้ใหญ่) เสียอีก และตัวเราเองอาจจะพบว่า เราก็เคยเรียกร้องในอิสรภาพนั้นมาก่อน

โลกอนาคตต้องการมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์

กระบวนการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้เด็กๆ เชื่อว่าพวกเขามีความสามารถ มีพลังในการทำสิ่งต่างๆ  เราต้องมองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเขา ทำความรู้จักตัวตน ความคิด จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก เปิดใจรับฟังความต้องการของพวกเขา มองว่าพวกเขาแต่ละคนแตกต่างกัน โลกยังต้องการมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เพียงรับคำสั่ง

การเรียนรู้ที่ท้าทายทางความคิดและเปิดโอกาสให้เขาได้ลงมือทำมันด้วยตนเอง จะทำให้ผู้เรียนพร้อมจะเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเจอกับความยากลำบากเพียงใด เขาจะไม่ย่อท้อ ประสบการณ์จากการลงมือทำด้วยตนเองเป็นส่วนสำคัญ การได้ลองทำ ได้ฝึกฝน หรือกระโจนเข้าไปเรียนรู้ปัญหาที่เป็นโจทย์ เป็นเรื่องที่พวกเขามี Passion ทำให้ผู้เรียนได้สนุกกับการคิด การค้นหาความหมาย สร้างการเชื่อมโยง ได้เรียบเรียง จัดระเบียบความคิด ดึงต้นทุนความรู้ที่มีอยู่มาเชื่อมโยงกับโจทย์การเรียนรู้ที่ได้พบเจอ และสามารถสร้างความรู้ใหม่ด้วยตนเอง

การเดินทางของนักผจญภัยจึงเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด การใช้ชีวิตการเรียนรู้แบบนักผจญภัย จึงต้องมีพื้นที่และบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ เราต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงห้องเรียนแบบเดิมๆ ด้วยเครื่องมือ และกระบวนการเรียนรู้ที่ดึงดูดใจ ห้องเรียนจะกลายเป็นที่แฮงเอ๊าต์ที่เราอยากจะมาเจอเพื่อน เจอครู เรียนรู้ร่วมกัน ต่างฝ่ายต่างคอยกระตุ้นให้กันและกันได้คิด ได้แสดงความสามารถ ค้นพบสิ่งที่ถนัดและชื่นชอบ

Creative Space แบบนักผจญภัย
นักผจญภัยต้องการพื้นที่ในการผจญภัยที่ท้าทาย พื้นที่ทางธรรมชาติ แม้กระทั่งพื้นที่ในเมืองใหญ่หรือในชุมชนเล็กๆ ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ในโลกความเป็นจริงที่เอามาเป็นโจทย์การเรียนรู้ได้ พื้นที่ในความหมายนี้จึงไม่ได้จำกัดเพียงพื้นที่ทางกายภาพ ยังรวมไปถึงพื้นที่ออนไลน์ และเครื่องมือการเรียนรู้ที่สนุกๆ จะเป็นไอเทมสำคัญที่ทำให้การเดินทางของนักผจญภัยวัยเยาว์มีชีวิตชีวามากขึ้น

เดวิด ธอร์นเบิร์ก (David Thornburg) นักคิดและนักการศึกษาชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ได้อธิบายถึงการจัด Learning Space ที่สามารถนำประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างน่าสนใจ และมันช่วยฉายภาพสนุกๆ ของ “ชีวิต (การเรียนรู้) คือการผจญภัย” ให้แจ่มชัด

Field ทุ่งหญ้า
ทุ่งหญ้าเป็นพื้นที่การรวมตัวของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ความสวยงามของทุ่งหญ้าคือไม่มีการกำหนดเส้นทางในการเดินทาง นักผจญภัยสร้างเส้นทางการผจญภัยได้อย่างอิสระ การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้จำกัดด้วยกรอบของศาสตร์ สาขาวิชา หรือคณะ ความหลากหลายยังทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ร่วมกับเพื่อนต่างวัย คลาสเรียนที่มีผู้เรียนเป็นพันๆ คน มีความสนุกสนานและท้าทายได้ ถ้าเรารู้จักการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ กระตุ้นพวกเขาด้วยคำถามที่น่าสนใจ ในทุ่งหญ้าจะทำให้เราค้นพบหัวข้อการเรียนรู้มากมาย และมันอาจจะเป็นเรื่องที่เราไม่ได้นึกถึงมาก่อน ความหมายโดยนัยของ Fields ในที่นี้ จึงน่าจะหมายรวมถึงทำให้เขาได้เรียนรู้ความคิดเห็นที่แตกต่าง และความหลากหลายของเพื่อนที่มาจากต่างสาขาวิชา เพราะในโลกการทำงานจริง เราต้องทำงานเชื่อมประสานกับคนที่มีที่มาที่ไปแตกต่างกัน

Campfire รอบกองไฟ
นักผจญภัยย่อมมีช่วงเวลาของการสังสรรค์ รอบกองไฟเป็นพื้นที่หลังจากการฝึกปฏิบัติที่เข้มข้น หรือเป็นพื้นที่ในการ Discuss ประเด็นปัญหาที่สนใจ การได้ล้อมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในรูปแบบสบายๆ เป็นกันเอง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ไม่ได้มีการแบ่งแยกความเป็นครูหรือนักเรียน (เด็กหรือผู้ใหญ่) ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้มีใครเป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว ที่สำคัญคือไม่ได้มีใครเป็นผู้มีอำนาจอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ที่จะเปิดใจ และไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ทุกคนสามารถเป็นผู้แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของตนเองให้เพื่อนๆ ได้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แค้มป์ไฟจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในจิตวิญญาณของการเป็นนักผจญภัย

Watering Hole แอ่งน้ำ
แอ่งน้ำเป็นพื้นที่ดื่มน้ำของสัตว์ป่าในธรรมชาติก่อให้เกิดการจับกลุ่มย่อยๆ การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้จับกลุ่มย่อยหรือทำงานกลุ่ม (Group Work) สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การจับกลุ่มย่อยทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพูดแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง สลับกันเป็นผู้พูด ผู้ฟัง ได้ฝึกการฟัง การสังเกตอย่างละเอียดลึกซึ้ง ได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร ฝึกการระดมความคิดเห็น ฝึกการทำงานร่วมกับเพื่อน การปรับตัว การเปิดใจ การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนร่วมกัน เด็กๆ  จะได้เห็นพลังของการทำงานเป็นทีมที่ทุกคนในทีมรวมตัวกันใช้ความถนัดของตนเองเติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้งานประสบความสำเร็จ  นักผจญภัยจึงต้องการเพื่อนร่วมเดินทางที่พูดจาภาษาเดียวกัน เข้าใจความคิด ความต้องการของกันและกัน ทำให้การเดินทางครั้งนั้นไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป

Cave ถ้ำ
พลังของการเรียนรู้เป็นกลุ่มสำคัญสำหรับนักผจญภัย เช่นเดียวกับการได้ลงมือทำงานเดี่ยว (Individual Work) ช่วงเวลาของการเข้าถ้ำ เป็นช่วงเวลาที่นักผจญภัยได้มี Focus ผลิตผลงานที่ชอบอย่างจริงจัง ได้พัฒนาทักษะที่เขาถนัดอย่างเข้มข้น ฝึกสติ สมาธิ วางแผน มีวินัย และควบคุมกระบวนการเรียนรู้ของตนเองได้ การเข้าถ้ำยังเป็นการที่ผู้เรียนมีช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตนเอง ได้คิดใคร่ครวญประสบการณ์การเรียนรู้ของตัวเขาเอง Cave ยังอาจจะเป็นพื้นที่ทางความคิดที่อิสระโดยไม่จำเป็นต้องมีการซักถามจากครูเพื่อตรวจสอบความรู้ ไม่มีใครคอยจับผิด ทำให้เขาได้พบคำตอบในการเรียนรู้ที่เป็นแบบของเขาเอง การฝึกฝนทบทวนการเรียนรู้ (Silent Reflection) ของตนเอง ช่วยในเรื่องการจัดระบบระเบียบองค์ความรู้ที่เขาสร้างขึ้น และเป็นสิ่งที่ควรได้ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นักผจญภัยเข้าใจตนเองและเข้าใจความเป็นไปของโลก

Mountain Top ยอดเขาสูง
เมื่อการผจญภัยเดินทางมาจนถึงจุดสำคัญ การก้าวเดินจนถึงยอดเขาสูง เป็นพื้นที่ของการ Showcase นักผจญภัยได้นำเสนอผลงาน (Presentation) เป็นผลงานที่เขาได้ลงมือทำ สร้างสรรค์มันด้วยตนเอง มีคนร่วมรับฟัง เขาได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการเรียนรู้ ได้ประกาศความสำเร็จเล็กๆ ของตนเอง แต่ความท้าทายในการปีนยอดเขาสูง ไม่ได้อยู่ที่จุดสูงสุด แต่เป็นระหว่างทางที่นักผจญภัยได้ผ่านความยากลำบาก บทเรียนต่างๆ ที่สำคัญ มันจะกลายเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อตัวเขาเอง และคุณค่าเหล่านั้นเขาได้บอกกล่าว ส่งต่อให้เพื่อน และครูร่วมภาคภูมิใจกับการเรียนรู้

ไม่แน่ว่าสิ่งเล็กๆ ที่เขาได้เรียนรู้ ได้ค้นพบนั้น มันอาจจะมีประโยชน์ เป็นแรงบันดาลใจ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างที่ไม่มีใครๆ  เคยทำได้มาก่อน

Born to be นักผจญภัย
ขอให้เชื่อว่าพวกเรามีความเป็น “นักผจญภัย” ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เราสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ พื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้างทางความคิด จะทำให้เราเติบโตและพร้อมรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอน

ถึงเวลาแล้วที่เราจะทำชีวิตการเรียนรู้ (หรือการทำงาน) ของเราให้ท้าทาย ด้วยวิธีคิดแบบ “นักผจญภัย” การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ขอเพียงเราสนุก มีหัวใจที่รักการเรียนรู้ เปิดมุมมองทางความคิด ให้โอกาสตัวเองได้ลองเรียนรู้ด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพราะการผจญภัยที่ดีที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ “การไม่หยุดที่จะเรียนรู้”