About iFIT

iFIT คืออะไร

         iFIT (Individual Future Innovative Learning of Thailand) คือโมเดลการเรียนรู้แบบใหม่ที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์อันหลากหลาย ทลายพรมแดนของคณะวิชา ปรับหลักสูตรที่เปลี่ยนการนั่งเรียนเป็นการทำงานจริง เปลี่ยนการบ้านเป็นโปรเจ็กต์ระดับมืออาชีพ เปลี่ยนตารางสอนเป็นช่วงเวลาของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมีครูเป็นโค้ช เน้นการทำงานกลุ่ม หมุนเวียนหน้าที่ ฝึกฝนทักษะให้ได้มากกว่าหนึ่ง เปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Work/Learn/Play ทำเรื่องงาน เรื่องเรียน และเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องเดียวกัน มอบโอกาสการเรียนรู้อย่างครีเอทีฟและฟรีสไตล์แบบ Open Platform เพื่อสร้างอิสรภาพแห่งการเรียนรู้ พัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้มีอาวุธที่พร้อมจะรับมือกับโลกกว้างในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่นั่งในห้องสี่เหลี่ยม ด้วยการสร้างโลกทั้งใบให้กลายเป็นห้องเรียนของนักศึกษาทุกคน

         iFIT จึงนับเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ม.กรุงเทพสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อผลิต “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ผู้เปี่ยมทั้งสมรรถิยะหรือทักษะชีวิต (Soft Skill) และสมรรถนะหรือทักษะวิชาชีพ (Professional Skill) โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกแบบอนาคตที่ “เหมาะหรือ Fit” กับตนเองด้วยตัวเอง และก้าวไปสู่อาชีพการงานที่มุ่งหวังอย่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญรอบด้านในทักษะวิชาที่จำเป็นต่ออาชีพนั้นๆ ด้วยม.กรุงเทพเล็งเห็นว่า การจะประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่งนั้น ทักษะจากสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งอาจไม่เพียงพอ อีกทั้งในอนาคต ตลาดงานมีความเปลี่ยนแปลงและผันผวน ไม่มีใครการันตีได้ว่าอาชีพไหนที่จะยั่งยืนตลอดไป ทักษะความเชี่ยวชาญรอบด้านจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบัณฑิตพันธุ์ใหม่

การเรียนรู้โมเดล iFIT เป็นอย่างไร

         เดิมทีการเรียนการสอนจะผูกติดกับ Degree Plan ตามที่สาขาวิชาต่างๆ กำหนดไว้อย่างตายตัว แต่โมเดล iFIT นั้นเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมๆ โดยมุ่งเป้าไปที่ “ทักษะเพื่ออาชีพในอนาคต” ผ่านความสนใจและความถนัดของนักศึกษาเป็นรายบุคคล และนักศึกษาเลือกรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ภายใต้การแนะนำของอาจารย์ที่ทำหน้าที่โค้ชช่วยออกแบบว่า นักศึกษาควรจะเรียนรู้โดยใช้อะไรเป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็น Project-based Learning, Problem-based Learning ฯลฯ กระทั่งได้แผนการเรียนรู้เฉพาะตัว โดยมีเพื่อนนักศึกษามาทำหน้าที่ Learning Designer (LD) และ Learning Experience Designer (LXD) ในการช่วยออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ เพื่อเป็นการเชื่อมประสานช่องว่างระหว่างนักศึกษากับโค้ช และทำให้เกิดการเรียนรู้บนความเข้าใจตามสไตล์ของนักศึกษาอย่างแท้จริง

         ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักศึกษาต้องการเรียนแบบ Project-based Learning นักศึกษาก็ต้องคิดโปรเจ็กต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชีพที่มุ่งหวังในอนาคต โดยนักศึกษากับโค้ชต้องร่วมกันออกแบบว่า โปรเจ็กต์นั้นๆ ต้องใช้ทักษะหรือเนื้อหาสาระจากศาสตร์ด้านใดบ้าง จากนั้นก็เลือกเรียนเท่าที่จำเป็นหรือเท่าที่ต้องการจากรายวิชาต่างๆ แบบข้ามคณะ ข้ามหลักสูตร ได้อย่างเสรี เช่น ถ้าทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม ก็อาจเลือกเรียนทั้งวิชาหรือเฉพาะบางส่วนของวิชาในคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ และเพื่อให้มีความรู้เรื่องธุรกิจโรงแรม ก็ข้ามไปเรียนสาขาการจัดการการโรงแรม คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว แล้วเสริมอาวุธด้านการตลาดบนโลกออนไลน์จากสาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ โดยเลือกเรียนทั้งวิชาหรือแค่ส่วนหนึ่งของวิชานั้นๆ ได้เช่นกัน หรือเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ได้ทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมอีกต่อไป

         สำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนโมเดล iFIT สามารถแจ้งความจำนงได้ตั้งแต่วันที่สมัครเรียน แล้วจะได้รับรหัสนักศึกษาเฉพาะของโครงการนี้

         ในระหว่างเรียน ถ้านักศึกษาพบว่า โมเดล iFIT ไม่เหมาะสมกับตนเอง และมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนไปเรียนหลักสูตรปกติ ก็สามารถทำได้ โดยแจ้งกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อปรับแผนการเรียนต่อไป

การวัดผลการเรียน

         ประเมินผลความสำเร็จของนักศึกษาทั้งด้านลึกและด้านกว้าง ในศาสตร์และทักษะด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อฐานการเรียนรู้ที่นักศึกษาเลือกเรียน โดยผู้ประเมินได้แก่ โค้ช, เพื่อน, LD, LXD รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ภาคเอกชนที่นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง

วุฒิการศึกษาที่ได้รับ

         หลังจากนักศึกษาได้ผ่านกระบวนการการเรียนรู้แล้ว จะได้รับวุฒิปริญญาตรีในสาขาวิชาที่นักศึกษาและโค้ชได้ร่วมกันออกแบบไว้ ซึ่งการเรียนรู้ด้วยโมเดล iFIT ที่นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงร่วมกับหน่วยงานภายนอกและบริษัทเอกชนที่เป็นพันธมิตรกับม.กรุงเทพ จะทำให้นักศึกษามีทักษะที่หลากหลายและครอบคลุมครบทุกมิติ มากกว่าการเรียนตาม Degree Plan ปกติ นักศึกษาจึงมีโอกาสสำเร็จการศึกษาได้ก่อน 4 ปี

         นอกจากนี้นักศึกษาที่เลือกเรียนโมเดล iFIT ยังมีโอกาสรับปริญญา 2 ใบ เพราะนักศึกษาจะได้รับความรู้และทักษะจากศาสตร์อื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากแผนการเรียนรู้เฉพาะตัวที่ตนออกแบบไว้ โดยทางมหาวิทยาลัยจะประเมินความรู้และทักษะจากศาสตร์อื่นๆ ดังกล่าวนั้นไว้ใน Credit Bank เพื่อทำการเทียบประสบการณ์สำหรับปริญญาตรีที่ 2 ให้นักศึกษา

คุณสมบัติของผู้สมัครโมเดล iFIT

เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ หรือสายอาชีพ หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรองรับวิทยฐานะ หรือ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรอนุปริญญา (ปวส. หรือ อ.ศศ. หรือเทียบเท่า) จากสถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง และต้องสำเร็จการศึกษาที่ตรงกับสาขาวิชาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพเปิดสอน หรือ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น หรือสถาบันการศึกษาชั้นสูงอื่นในประเทศหรือต่างประเทศซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง และต้องการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาอื่นที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน

Contact

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ iFIT ได้ที่ฝ่าย One Stop Service

1. อ.รุจิพรรณ โทร.024073888 ต่อ 2512
2. อ.วิทวัส โทร. โทร.024073888 ต่อ 2563

วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 – 17.00 น. (ช่วงเปิดภาคเรียน) และวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.00 น. (ช่วงปิดภาคเรียน)

Email: bu1stop@bu.ac.th

Line: @bu1stop